ประเทศไทยพร้อมแค่ไหน ในวันที่โลกพลังงานกำลังเปลี่ยน
“ในวันที่โลกพลังงานกำลังเปลี่ยน
คำถามสำคัญอาจไม่ใช่พลังงานจะมาจากไหน
แต่คือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน”
ภาพ : เวทีเสวนา “อนาคตพลังงานไทยในโลกผันผวน: จากพลังงานทดแทนสู่นิวเคลียร์ และเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน”
ในงานแถลงข่าวลาดกระบังนิทรรศน์
หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงบนเวทีเสวนา “อนาคตพลังงานไทยในโลกผันผวน: จากพลังงานทดแทนสู่นิวเคลียร์ และเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน” ที่ชวนให้เห็นว่า วันนี้เรื่องพลังงานอาจไม่ใช่แค่เรื่องค่าไฟหรือราคาน้ำมันอีกต่อไป แต่กำลังเชื่อมโยงกับทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และอนาคตของประเทศ
หลายประเด็นสะท้อนให้เห็นว่า โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ทั้งวิกฤตราคาพลังงาน ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โลก ไปจนถึงการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบใหม่ ทำให้หลายประเทศเริ่มหันมาลงทุนในพลังงานทดแทน เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน และสร้างความมั่นคงทางพลังงานของตัวเองมากขึ้น
แต่ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่แค่โลกจะใช้พลังงานอะไรต่อไปในอนาคต แต่คำถามคือประเทศไทยเราจะอยู่อย่างไร ในวันที่โลกพลังงานกำลังเปลี่ยนไป
เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนผ่าน สู่ยุคพลังงานใหม่
บนเวทีเสวนาได้หยิบยกประเด็นสถานการณ์พลังงานโลกที่กำลังผันผวนอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากสงคราม เศรษฐกิจโลก และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ในขณะที่ทรัพยากรฟอสซิลอย่างน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกำลังลดลงเรื่อย ๆ
หลายประเทศทั่วโลกกำลังหันมาสนใจและเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน และพลังงานรูปแบบใหม่ เพื่อรับมือต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงลดการพึ่งพาทรัพยากรจากภายนอกประเทศ
Energy Security หรือ ความมั่นคงทางพลังงาน จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่จะต้องคำนึงถึง เพราะในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พลังงานอาจไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถพึ่งพาจากภายนอกได้อีกต่อไป
จากพลังงานทดแทน สู่พลังงานนิวเคลียร์ยุคใหม่
อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจบนเวทีเสวนาครั้งนี้ คือการพูดถึงเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต ตั้งแต่พลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยี Fuel Cell ไปจนถึง Micro Modular Reactor (MMR) หรือพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กยุคใหม่
การเสวนาครั้งนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นภาพของพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตที่แตกต่างไปจากเดิม ด้วยระบบ Passive Safety ที่สามารถ Shutdown ตัวเองได้อัตโนมัติเมื่อเกิดความผิดปกติ เพื่อป้องกันอุณหภูมิสูงเกินระดับปลอดภัย
เมื่อ “เทคโนโลยี” ต้องเดินไป พร้อมกับ “คน”
แม้โลกจะกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ AI, Quantum Technology, Semiconductor และ Data Center แต่หลายมุมมองบนเวทีสะท้อนตรงกันว่า สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่แค่ตัวเทคโนโลยี แต่คือ “คน” ที่จะเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้
ประเทศไทยยังต้องการบุคลากรด้านพลังงานและเทคโนโลยีอีกจำนวนมากในอนาคต ทำให้บทบาทของสถาบันการศึกษาไม่ได้มีหน้าที่เพียงผลิตบัณฑิต แต่ต้องเตรียมกำลังคนที่พร้อมรับมือกับโลกยุคใหม่ด้วย
ซึ่งการสร้าง Ecosystem ด้านนวัตกรรม จะมีเพียงนักวิจัยหรือผู้พัฒนาเทคโนโลยีไม่ได้ แต่ต้องมีผู้ใช้ ที่พร้อมเปิดรับและเชื่อมั่นในเทคโนโลยีที่คนไทยพัฒนาขึ้นด้วยเช่นกัน
จากงานวิจัย สู่เทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง
หนึ่งในเทคโนโลยีของนักวิจัย สจล. ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง คือ “แบตเตอรี่กราฟีน” ซึ่งเป็นผลงานวิจัยที่พัฒนาต่อเนื่องมายาวนานกว่า 10 ปี และกำลังถูกต่อยอดสู่ระดับอุตสาหกรรม
จุดเด่นสำคัญของแบตเตอรี่กราฟีนนี้คือ ความปลอดภัยสูง น้ำหนักเบา และสามารถนำไปใช้งานได้จริง ทั้งในรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า โดรน และเรือไฟฟ้า สะท้อนให้เห็นว่า งานวิจัยด้านพลังงานของไทยกำลังเริ่มก้าวออกจากห้องทดลองสู่การใช้งานจริงมากขึ้น
อนาคตพลังงานไทย อาจเริ่มจากวันนี้
เวทีเสวนาครั้งสะท้อนให้เห็นในหลากหลายมุมมองว่า โลกกำลังเปลี่ยนเร็วขึ้นกว่าที่เคย และประเทศไทยอาจต้องเร่งสร้างทั้งเทคโนโลยี บุคลากร และความพร้อมด้านพลังงานของตัวเอง
เพราะท้ายที่สุดแล้ว อนาคตพลังงานอาจไม่ใช่แค่เรื่องของไฟฟ้าหรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่คือความสามารถของประเทศในการสร้างทางเลือกให้ตัวเอง ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
มุมมองและแนวคิดเหล่านี้ จะถูกถ่ายทอดผ่านงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 KMITL Expo 2026” ระหว่างวันที่ 1–6 กันยายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เนื่องในโอกาสครบรอบ 66 ปี สจล. ซึ่งจะเปิดให้เห็นศักยภาพของนักวิจัย นักนวัตกรรม และเทคโนโลยีไทย ที่กำลังถูกพัฒนาเพื่ออนาคตของประเทศ
เพราะในวันที่โลกกำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว บางทีทางรอดของประเทศไทย อาจเริ่มจากงานวิจัย เทคโนโลยี และคนไทยตัวเล็ก ๆ ที่กล้าลงมือสร้างอนาคตเพื่อคนไทยด้วยกัน
ติดตามข้อมูลอัปเดต และลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ได้ที่ expo.kmitl.ac.th
ภาพ : โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งานลาดกระบังนิทรรศน์ 2569
KMITL Expo 2026