สจล. ในฐานะ “Think Tank” เปิดเวทีเสวนา KMITL Update “ไฟสงคราม สู่วิกฤตพลังงานโลก”
“เมื่อสงครามไม่ได้กระทบแค่ความมั่นคง แต่สั่นสะเทือนต้นทุนของโลกทั้งระบบ”
จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างเกินกว่ามิติด้านความมั่นคง หนึ่งในผลกระทบสำคัญที่เริ่มเห็นชัด คือ “วิกฤตพลังงาน” ซึ่งกำลังกลายเป็นต้นทุนหลักของแทบทุกอุตสาหกรรม รวมถึงประเทศไทย
ภาพ : วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และพิธีกรในรายการ KMITL Update | ไฟสงคราม สู่วิกฤต ‘พลังงานโลก’
1) ผศ. ดร.ปรเมศร์ อัศวเรืองพิภพ 2) รศ. ดร.อิทธิพล แจ้งชัด 3) ผศ. ดร.เชาวลิต หามนตรี 4) พัฒนพงศ์ ประภาศรี
(เรียงจากด้านซ้ายไปด้านขวา)
จากเวทีของรายการ KMITL Update เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569 ได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขามาร่วมพูดคุย วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น และแนวทางการแก้ไขการปรับตัวทั้งในระดับประชาชนและภาครัฐ ซึ่งวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่ให้เกียรติมาร่วมรายการ ได้แก่
1) ผศ. ดร.เชาวลิต หามนตรี ผู้เชี่ยวชาญด้าน Logistics Engineering คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล.
2) ผศ. ดร.ปรเมศร์ อัศวเรืองพิภพ อาจารย์ประจำหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ธุรกิจและการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ สจล.
3) รศ. ดร.อิทธิพล แจ้งชัด อาจารย์ภาควิชาเคมี และที่ปรึกษาคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ สจล.
และ พัฒนพงศ์ ประภาศรี สำนักงานสื่อสารองค์กร สจล. เป็นผู้ดำเนินรายการ
วิกฤตพลังงาน จุดเริ่มของปัญหาเศรษฐกิจ
ภาพ : การกลั่นลำดับส่วนน้ำมันดิบ
ที่มา : https://www.scimath.org/article-chemistry/item/11352-2020-03-12-02-04-03
หลายคนยังสงสัยทำไมวิกฤตพลังงานครั้งนี้ถึงกระทบต่อหลายอุตสาหกรรมในประเทศ ทั้ง ๆ ที่ประเด็นหลักคือขาดแคลนน้ำมัน รศ. ดร.อิทธิพล แจ้งชัด อธิบายว่า การใช้ชีวิตประจำวันของเราเกี่ยวข้องกับน้ำมันดิบ (Crude Oil) ทั้งหมด ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบมาจากตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยเฉพาะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากได้น้ำมันดิบมาจะนำมาผ่านกระบวนการกลั่น (Refining) ถึงจะได้ผลผลิตมาเป็นน้ำมันชนิดต่าง ๆ รวมไปถึงก๊าซหรือสารประกอบอื่นอีกมากมาย และจึงส่งต่อไปยังอุตสาหกรรมต่าง ๆ
เมื่อเกิดความไม่แน่นอนในแหล่งพลังงาน ย่อมส่งผลต่อห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ทั้งระบบ โดยเฉพาะ “เนฟทา” ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการผลิตปิโตรเคมีและพลาสติก ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องจำนวนมากได้รับผลกระทบตามไปด้วย
เมื่อพลังงานเป็นต้นทุนตั้งต้นของแทบทุกอุตสาหกรรม ความผันผวนของพลังงานจึงส่งผลต่อเนื่องไปยังทั้งระบบเศรษฐกิจ ผศ. ดร.ปรเมศร์ อัศวเรืองพิภพ กล่าวเพิ่มเติมในด้านเศรษฐกิจว่า เมื่อพลังงานซึ่งเป็นต้นทุนหลักของโลกมีความผันผวนหรือเกิดความไม่แน่นอนขึ้น ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ราคาสินค้า ค่าอาหาร การเดินทาง รวมถึงต้นทุนการผลิต ล้วนปรับตัวสูงขึ้นตาม และยิ่งเมื่อต้นทุนต่าง ๆ ในการผลิตสูงขึ้น สิ่งสำคัญที่สูงขึ้นด้วยแน่นอน คือ ค่าแรง และคงเลี่ยงไม่ได้ที่ค่าครองชีพจะสูงขึ้นตามมา จนนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่หลายประเทศกำลังเผชิญ
โลจิสติกส์ ตัวเร่งให้วิกฤตรุนแรงขึ้น
อีกมุมหนึ่งในด้านการคมนาคมขนส่ง ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการขนส่งทางถนนโดยรถยนต์เป็นหลัก ซึ่งรถยนต์ต้องอาศัยน้ำมันในการขับเคลื่อน ผศ. ดร.เชาวลิต หามนตรี ได้วิเคราะห์สถานการณ์ และแนวทางการปรับตัวในวิกฤตว่า ในขณะที่น้ำมันมีราคาสูงขึ้น ระบบทั้งประเทศสะเทือนแน่นอนเพราะเรายังต้องพึ่งพาน้ำมันในการขนส่ง ประเทศไทยอาจต้องหันกลับมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบรางมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกในการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลในภาคการขนส่ง ตัวอย่างที่เห็นจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่นที่มีขนาดใกล้เคียงกับเรา มีระบบรางที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยใช้พลังงานนิวเคลียร์ และเนเธอร์แลนด์มีระบบขนส่งที่ใช้พลังงานลม 100% สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการปรับโครงสร้างพลังงานและระบบขนส่ง เพื่อลดความเสี่ยงและรับมือกับความไม่แน่นอนในระยะยาว
อยู่อย่าง “ตระหนัก” แต่ไม่ “ตระหนก”
ในช่วงท้ายของรายการ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งสามท่านได้เสนอแนวทางเชิงนโยบายในการลดการพึ่งพาพลังงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน
ขณะเดียวกัน ในระดับประชาชน ควรดำเนินชีวิตอย่างปกติ ไม่ฟุ่มเฟือย และใช้ชีวิตอย่างตระหนักแต่ไม่ตระหนกเกินความจำเป็น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามความเหมาะสม เช่น ลดการใช้น้ำมัน และลดการใช้พลังงานไฟฟ้า แม้อาจดูเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่หากเกิดขึ้นในระดับสังคม ย่อมสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมหาศาล
นโยบายสถาบัน “ขับเคลื่อนสู่มหาวิทยาลัยยั่งยืน”
ภาพ : รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล.
นอกจากมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในรายการแล้ว ในระดับสถาบันก็มีการวางแนวทางรับมืออย่างเป็นรูปธรรม โดย รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. ได้กล่าวถึงแนวทางการรับมือกับสถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวนของราคาพลังงานและความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นสัญญาณที่สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับตัวของทุกภาคส่วน
สจล. จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานในระดับองค์กร โดยมุ่งเน้นการปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด ลดการใช้ที่ไม่จำเป็น ทั้งในด้านการควบคุมการใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ การใช้อุปกรณ์ภายในอาคาร ตลอดจนการส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะและการใช้ทรัพยากรร่วมกัน พร้อมกำหนดกลไกติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นมหาวิทยาลัยยั่งยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
วิกฤตพลังงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่เป้นแรงสั่นสะเทือนที่เชื่อมไปยังทุกระบบของผู้คนทั่วโลก ประเทศไทยในฐานะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน อาจเลี่ยงผลกระทบได้ยาก แต่หากทุกภาคส่วนสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม ทั้งในระดับนโยบาย องค์กร และประชาชน วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืนในอนาคต
ติดตามรับชมรายการ KMITL Update | ไฟสงคราม สู่วิกฤต ‘พลังงานโลก’ ย้อนหลัง ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=s3swK95t0vY และติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th